ยังจำได้ในสมัยเรียนประถมศึกษา วิชาภาษาไทยจะมีการสอนเขียนจดหมายและการส่งโทรเลข ซึ่งเป็นวิชาที่น่าเบื่อสำหรับเรามากๆ โดยเฉพาะการส่งโทรเลข ที่เราต้องพยายามเขียนข้อความให้สั้นและได้ใจความ

โทรเลข...เป็นระบบการสื่อสารทางไกลผ่านสาย โดยใช้การส่งข้อความด้วยรหัสมอร์ส ในลักษณะของการเคาะจังหวะเป็นสัญลักษณ์สั้นและยาวผ่านเครื่องส่ง ซึ่งเมื่อกดคัดเคาะให้วงจรไฟฟ้าปิด กระแสไฟฟ้าจะไหลเข้าไปในขดลวดของเครื่องรับ ทำให้ขดลวดของเครื่องรับเกิดสนามแม่เหล็ก แผ่นเหล็กถูกดูดให้มากระทบแกนเหล็ก ทำให้เกิดเสียงที่มีจังหวะเดียวกับคันเคาะ การปิดเปิดวงจรทำให้เกิดเสียงเป็นสัญญาณโทรเลข แล้วจึงแปลงสัญญาณโทรเลขให้เป็นข้อความ

สำหรับประเทศไทย โทรเลขเริ่มนำเข้ามาใช้ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 5 เมื่อพ.ศ. 2418 โดยกรมกลาโหมดำเนินการสร้างทางสายโทรเลขสายแรกจากกกรุงเทพมหานครไปปากน้ำ (จ. สมุทรปราการ ปัจจุบัน) เป็นการวางสายโทรเลขใต้น้ำต่อออกไปถึงกระโจมไฟนอกสันดอนปากแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทาง 45 กิโลเมตร เพื่อใช้ในการส่งข่าวสารทางราชการเป็นหลัก ต่อมา ปี 2426 จึงมีการจัดตั้ง กรมโทรเลข ขึ้นพร้อมกับกรมไปรษณีย์ ก่อนจะรวมทั้งสองกรมเข้ากับการสื่อสารแห่งประเทศไทย หรือ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ในปัจจุบัน

โทรเลขบอกเล่าเรื่องราวกินเวลาถึง 133 ปี จัดว่าเป็นเครื่องมือสื่อสารที่รวดเร็วที่สุดในอดีต หากต้องการส่งข่าวสารในระยะทางไกลๆ โดยที่เราไม่จำเป็นต้องเดินทางเป็นวันๆ เพื่อไปแจ้งข่าว

เมื่อกาลเวลาผ่านไป เทคโนโลยีการสื่อสารที่ก้าวหน้าทำให้เครื่องมือสื่อสารอย่าง "โทรเลข" กลายเป็น "ของล้าสมัย" และ "ไร้คุณค่า" เมื่อเทียบกับความรวดเร็วของ "โทรศัพท์" "โทรศัพท์มือถือ" หรือ "อีเมล์"

ด้วยเหตุนี้เอง กสท จึงประกาศยุติการให้บริการโทรเลข โดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2551 เป็นต้นไป

ก่อนจะยุติบทบาท กสท ได้จัดให้มีสัปดาห์อำลาโทรเลขไทยที่ไปรษณีย์ บางรัก วันที่ 24-30 เมษายน 2551 เวลา 08.30 - 20.00 น. โดยในงานมีการสาธิตการเคาะรหัสมอร์สและนิทรรศการตำนาน 133 ปีโทรเลขไทย รวมถึงการจัดให้บริการส่งโทรเลขเพื่อเป็นที่ระลึกครั้งสุดท้าย โดยจัดให้ส่งได้ในราคา 30 บาท สำหรับการส่งไม่เกิน 50 คำ เพิ่มอีก 10 บาทหากต้องการใส่ซองไมตรีจิต และเปิดสั่งจองโทรเลขที่ระลึกฉบับสุดท้ายในคืนวันที่ 30 เมษายนนี้ พร้อมตราประทับพิเศษ จ่าหน้าถึงผู้จองโดยเฉพาะส่งตรงถึงบ้านในราคา 30 บาท โดยใช้บริการได้ที่ไปรษณีย์ทุกแห่งทั่วประเทศ

ข่าวประชาสัมพันธ์ดีๆ และงานดีๆ ที่น่าไป

ขอบคุณเว็บ Wikipedia สำหรับข้อมูลเรื่องโทรเลข และข่าวจากเว็บผู้จัดการ

                                                                 KimBerrY

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ลาก่อน โทรเลข big smile

#1 By KimBerrY on 2008-04-24 11:22

ไปจองมั่งดีกว่า อยากได้ๆๆๆๆ

#2 By riddler on 2008-04-24 12:51

เคยแต่ได้เรียนรู้
แต่ก็ไม่เคยได้ใช้งานจริงๆ เลยค่ะ
ถึงเวลานี้ก็ถูกยกเลิกไปซะแล้ววว

#3 By !2know ++ on 2008-04-24 13:00

โทรเลขกลายเป็นของ คลาสสิค แล้วเหรอเนี่ย เก็บไว้ซักเครื่องดีกว่าไว้ให้ลูกๆ หลานๆ ได้ดูbig smile

#4 By SoL๏_Boy on 2008-04-24 14:31

ลาก่อนนะ big smile

#5 By KaTTo-+tOdA on 2008-04-25 09:25

ใจหายเหมือนกันนะคะ แม้ว่าจะไม่เคยได้ใช้เลย

อีกหน่อยคนรุ่นใหม่จะได้เข้าชมในพิพิธภัณฑ์ big smile

#6 By ~ N ~ on 2008-04-27 15:14

โอ!!! แอบอึ้งเหมือนกันนะเนี่ย

เมื่อเทคโนโลยีล้ำไป อะไรๆก็เปลี่ยน

#7 By lamoon on 2008-04-28 13:25

โย่ว ... เพราะส่ง e-mail ได้น่ะดิ เฮ้อ ...
น่าจะมีงานรำลึกการส่ง โทรเลข เน้อ ..
เด็กๆ จะได้รู้จักกัน ว่าเมื่อก่อนข่าวสารกว่าจะถึงปลายทาง
มันยากยังไง ... จีบกันต้องส่งจดหมายรอกัน ๓ ถึง ๔ วัน เดี๋ยวนี้ Chat กันแป๊ะเดียวก็ถึง แถม SMS ก็แค่ชั่วอึดใจ คุคุ

#8 By papi-papico on 2008-04-28 17:33

หวาดดีค้าบพี่คิมเบอรี่

ยังจำได้มั้ยเอ่ย ...

...

นู๋มาจาก diaryhub อ่ะ

ที่ว่า อยู่เอก LC อ่างับ

นึกออกยังงับ embarrassed sad smile

#9 By ZePhYrine on 2008-05-05 14:48